ในความสัมพันธ์เราเป็นผู้แพ้เสมอ

-1-

“น้ำแตงโมหน่อยมั้ย” เพื่อนหนุ่มต้อนรับเข้าบ้าน ฉันนั่งลงบนโซฟาอย่างหมดแรง

“เจ็บว่ะ เหมือนคนไม่เคยรักกัน” แม้แต่เสียงก็ไม่มีจะพูด เพื่อนเดินเอาน้ำแตงโมขวดมาให้ ชิมเข้าไปคำแรก หวานปะแล่มจนกินต่อไม่ได้ ไม่แน่ใจว่าเพราะความเจ็บปวดที่ยังสดใหม่ หรือเพราะมันไม่อร่อยจริงๆ กันแน่

“เหมือนในหนังสือบอกไง ถ้าวันไหนสารเคมีในสมองเปลี่ยน ความรักก็หมด”

เพื่อนไม่ได้เดินมาปลอบใจ แต่นั่งเล่นกับแมว ประโยคนี้ทำให้รู้สึกดีขึ้นอย่างประหลาด พอเราสามารถอธิบายอะไรได้เห็นภาพ เราก็ไม่รู้สึกกลัวอีกต่อไป

ฉันพยายามกลืนน้ำแตงโมลงคออีกสองสามอึก กลิ่นสารเคมียังค้างในจมูก พอ เลิก ไม่เอาแล้วกับความทรมาน ถึงแม้ว่าเราจะหิวน้ำมากก็ตาม

 

ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังไม่รินน้ำเปล่ามาดื่ม ถือขวดแตงโมไว้อย่างไม่รู้ตัว ก่อนเริ่มเปิดเกมออฟโธรนเพื่อให้ใจได้จดจ่ออยู่กับอย่างอื่น ไม่ใช่รสชาติความเจ็บปวดแบบนี้

 

มันมักเริ่มต้นแบบนี้เสมอ เจอกัน พูดคุย ถูกคอ คบกัน คิดว่าจะอยู่กันไปชั่วฟ้าดินสลายในตอนที่รักสุดใจ จนเมื่อกราฟความรักเริ่มดิ่งและอยู่ตัว เราก็เชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์นี้จะคงอยู่ตลอดกาล แต่เราไม่เคยทำตัวเหมือนวันแรกอีกเลย เราไม่รู้ตัวหรอกจนกระทั่งข่าวร้ายมาเยือน คนที่คุณเจอในวันแรกได้ตายจากคุณไปแล้ว เหลือเพียงซากความผูกพันที่ไม่รู้จะยื้อไปได้อีกนานเท่าไหร่

เมื่อคุณเจอเรื่องเหนือความคาดหมาย คุณไม่อาจควบคุมอะไรได้ คุณทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากเสียใจ โมโหและใช้อารมณ์ จบลงด้วยรอยร้าวที่ไม่มีวันผสานได้ตลอดกาล

เกมจบลงแค่นี้ แต่คุณยังเสียดายว่าทำไมคุณไม่ทำให้ดีกว่านี้ ในวันที่ย้อนกลับไปเล่นไม่ได้แล้ว

 

“2-5 ปีเท่านั้นแหละ อายุของสารเคมี” เสียงของเพื่อนลอยขึ้นมาในหัว

หน้าจอ ลิตเติ้ลฟิงเกอร์กำลังพูดว่า “ถ้าคิดถึงเรื่องที่เลวร้ายที่สุดไว้เสมอ คุณจะไม่แปลกใจกับอะไรเลย” ที่พูดมาก็ถูก แต่จะมีใครบ้างที่รับมือกับความเลวร้ายได้อย่างแข็งแกร่ง แม้ว่าจะเจอมันซ้ำแล้วซ้ำอีก–ก็ยังเจ็บอยู่ดี

 

เคยมีคำพูดที่ว่าใครรักมากกว่าคนนั้นแพ้ ฉันไม่เชื่อ เพราะในความสัมพันธ์เราต่างเป็นผู้แพ้เสมอ เราร่วมสร้างความสัมพันธ์ขึ้นมา และเมื่อมันจบลง สิ่งที่สร้างมาด้วยกันก็พังทลาย ต่างก็แค่ใครเสียดายกว่ากัน

ต่อให้มนุษย์ไปถึงสุดขอบจักรวาล ความรักก็ยังเป็นสิ่งสุดท้ายที่มนุษย์จะจัดการได้ ถึงแม้เราจะรู้เรื่องสารเคมีในสมองอะไรนั่นก็ตาม เราก็ยังเจ็บปางตายอยู่ดี

 

-2-

เราพูดคำว่าตายกันบ่อยจนไม่น่าเชื่อ ความตายถูกนำมาล้อเล่นอย่างกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกับอารมณ์ขัน “เหนื่อยตายเลย” “ขำตายแหละ” “ไม่ทำแค่นี้จะตายมั้ย” “ไม่กินข้าวเดี๋ยวก็ผอมตายหรอก” “กูตายแน่ ถ้าไม่มีเขา”

ฯลฯ

 

เราพูดถึงความตายได้อย่างเก่งกาจกล้าหาญ จนเมื่อความสูญเสียมาเยือนจริงๆ เรากลับต้องใช้เวลามหาศาลเพื่อยอมรับมัน หรือพูดถึงได้โดยไม่ต้องกลั้นน้ำตา

แต่ก็อีกเช่นกัน เมื่อเราพูดว่าเจ็บปางตาย เราไม่ได้ตายจริง เป็นเพียงความตายเสมือนที่หลอกหลอนทั้งยามฝันและยามตื่น

มนุษย์เปราะบางเหลือเกิน แต่แกล้งทำเป็นแข็งแกร่งโดยทำให้ทุกอย่างเป็นเรื่องล้อเล่น พวกเราเป็นอัจฉริยะเรื่องนี้อย่างไม่ต้องสงสัย แต่นี่แหละที่ทำให้เผ่าพันธุ์คงอยู่มาได้ตั้งนาน โดยไม่ตายเพราะความผิดหวัง

 

-3-

น้ำแตงโมยังค้างอยู่ครึ่งขวด เกมออฟโธรนจบแล้ว เพื่อนหนุ่มยังนั่งทำงานอย่างแข็งขันข้างๆ กัน ฉันแอบคิด ในความเป็นเพื่อน สารเคมีในสมองมีวันหมดไหม.

 

ภาพถ่ายโดย : สิทธิพงษ์ ติยะวรากุล

End

กลับด้านบน