สุขนิยม 2017

 

น่าจะเป็นครั้งที่ร้อยกว่าได้แล้วมั้ง ที่พวกเรา — ฉันและเพื่อน นั่งบ่นเรื่องสังคม ก่นด่าระบบห่วยๆ และพูดถึงคนที่นั่งอยู่ในสภา

พวกเราก็นั่งอยู่ในสภาเช่นกัน แต่เป็นสภาเบียร์ และไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันนอกจากกินถั่วและดูบอล จะดูช่วยเหลือสังคมหน่อยก็แค่เมาไม่ขับ แต่นั่นย่อมเป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้วจึงไม่ได้นับเป็นความดีงามอะไร

“มึงไม่สงสัยบ้างเหรอวะ ว่าทำไมนักเขียนหรือนักวิชาการเขาเขียนและวิจารณ์มาตั้งกี่สิบปีแล้ว สังคมเราไม่เห็นเปลี่ยนไปเลย กูเห็นคนมีอำนาจแม่งก็ยังเอาเปรียบคนอยู่เหมือนเดิม” เพื่อนหนุ่มผู้ทำงานด้านสื่อมวลชนตั้งคำถาม เขาดูเมาน้อยที่สุดในวง

“อย่างน้อยก็เรานี่ไงที่รู้ คนรุ่นใหม่ก็คิดเรื่องสังคมนะ แค่อาจยังไม่รู้ว่าจะทำยังไง” ฉันให้กำลังใจทั้งเขาและตัวเอง

“เดี๋ยวคนพวกนั้นก็ตาย เดี๋ยวก็เปลี่ยนผ่านมาถึงยุคพวกเราแล้ว” เพื่อนหนุ่มอีกคนว่า

“ถ้าเราไม่กลายเป็นคนแบบนั้นไปก่อนน่ะนะ” ฉันพูดเรียบๆ คิดว่าเป็นประโยคที่ใช้ได้เหมือนกัน

พวกเราหัวเราะขื่นๆ พักกินถั่วรสวาซาบิซึ่งโคตรไม่อร่อย ฉันบ่นเพื่อนไปหนึ่งทีว่าซื้ออะไรมา มันยิ้มหน้าระรื่น แล้วบอกอย่างไม่ซีเรียสว่า “ซื้อมาลอง”

การลองอะไรใหม่ๆ อาจเป็นเรื่องดี แต่การได้กินถั่วที่แสบขึ้นจมูกลามทะลุออกมาถึงใบหูนี่ก็เป็นเรื่องโหดร้ายเหมือนกัน นี่แค่ในวงเบียร์เล็กๆ ยังมีเรื่องให้ผิดใจกันได้ นับประสาอะไรกับเรื่องระดับชาติที่เราต้องทนกินถั่วรสที่เราไม่ได้เลือกอยู่นานถึง 2-3 ปี และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกกี่ปีจะได้เลือกถั่วรสที่ตัวเองอยากกิน

เป็นเรื่องน่าขันเหมือนกัน เมื่อคนหนุ่มสาวก่นด่าระบบอย่างถึงพริกถึงขิง แต่ก็ต้องกลับไปงานเพื่อเลี้ยงตัวเอง ทำอะไรไม่ได้นอกจากคิดว่าจะทำมาหากินอะไรให้ชีวิตอยู่รอดหรือร่ำรวยขึ้น ขณะเดียวกันที่รัฐบาลก็พร้อมจะขึ้นภาษี ผลักภาระให้ประชาชน และข่าวหลายๆ อย่างก็บั่นทอนคนทำงานจนยากเยียวยา

มีใครบางคนโดนฆ่าโดยไม่ได้ทำอะไรผิด หลายคนถูกจับติดคุกยาวนานจากข้อกล่าวหาอันเบาหวิว บางคนพ้นผิดเพียงเพราะเป็นลูกของคนมีสี นโยบายไม่เข้าท่าหลายอย่างถูกนำเสนอออกมาเรื่อยๆ โลกถูกบีบให้เป็นที่อยู่ของคนตัวใหญ่ ส่วนคนตัวเล็กก็ได้แต่คิดว่าจะเพิ่มน้ำหนักตัวเองอย่างไรดี หรือจะยอมอดตายไปให้สิ้นเรื่อง

“มึงอย่าคิดมากเลยเพื่อน มาเป็นพวกสุขนิยมกับกูดีกว่า” เพื่อนที่ตั้งคำถามตอนแรกเปลี่ยนฝั่งอย่างรวดเร็ว อันที่จริงก็รู้กันว่ามันพูดเล่น เป็นคำประชดที่แสนเจ็บปวดของคนที่คิดเรื่องสังคมมาจนเหนื่อยใจ

“มึงเห็นแฟนลิเวอร์พูลมั้ยล่ะ ไม่ได้แชมป์มา 20 กว่าปี ยังอยู่เชียร์กันได้” เพื่อนอีกคนพูดจามีเหตุผล

“หมายถึงกูต้องสุขนิยม แบบอดทนๆ เหรอ” ฉันถาม

“ไม่ใช่เพื่อน มึงไม่ต้องอดทนอะไรเลย ไม่ต้องคิดอะไรมาก มึงหาเวลาว่างนั่งร้านเหล้า เดินห้าง มีความรัก เที่ยวที่ใหม่ๆ ซื้อของที่มึงอยากซื้อ กินของอร่อยๆ นี่เห็นมั้ย มึงไม่ต้องอดทนสักนิด” ว่าแล้วมันก็หยิบถั่ววาซาบิกินอย่างเอร็ดอร่อย

“เออ กูจะพยายามทำให้ได้” ฉันพูดขำๆ แล้วกลับไปตั้งใจดูฟุตบอลคู่เชลซี-แมนยู

เป็นบอลถ้วยที่แข่งแบบแพ้นัดเดียวจอด จบเกม เชลซียิงแมนยูที่เหลือ 10 ตัว ได้ 1 ประตู เข้ารอบสบายๆ

ฉันรู้สึกเป็นสุขขึ้นมาบ้าง และถั่ววาซาบิก็หมดห่อแล้ว กินไปเยอะพอสมควร ที่แย่คือฉันรู้สึกว่ามันเริ่มอร่อยขึ้นมาแล้วเหมือนกัน

End

กลับด้านบน