‘ซูเปอร์พรีเมี่ยม ซอฟท์ ดับเบิ้ล วานิลลา ริช’ : ละครเวทีที่มีนักแสดงนำเป็นร้านสะดวกซื้อ!

“เป็นการเล่าถึงความผิดเพี้ยน แสดงออกมาผ่านความเพี้ยนได้อย่างน่าสนใจ”

เสียงของ ประดิษฐ์ ประสาททอง ศิลปินศิลปาธร และนักแสดงละครเวทีระดับตำนาน พูดถึง ‘ซูเปอร์พรีเมี่ยม ซอฟต์ ดับเบิ้ล วานิลลา ริช’ หลังชมการแสดงจบ

ละครเวทีชื่อยาวสัญชาติญี่ปุ่น เพิ่งเปิดการแสดงรอบแรกไปเมื่อช่วงหัวค่ำวันศุกร์ที่ผ่านมา ที่ศูนย์ศิลปการละครสดใส พันธุมโกมล คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คืนนั้นคลาคล่ำไปด้วยผู้คน ที่นั่งเต็มทุกที่อย่างน่าชื่นใจแทนคนทำ

เพื่อไม่ให้เป็นการสปอยล์เนื้อหาสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ดู เราจึงไม่ลงรายละเอียดมากนัก แต่ขอบอกกันตามตรงเลยว่า เป็นละครเวทีที่ถ้าไม่ได้ดูจะเสียดาย แต่ถ้าดูแล้วก็จะเสียดายกว่า ถ้าไม่ได้เล่าให้ใครฟัง

สิ่งที่น่าสนใจอย่างมากของละครเรื่องนี้คือการเล่าเรื่องที่มีฉากหลังเป็นร้านสะดวกซื้อ ตัวละครเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อ รายละเอียดทุกอย่างพูดถึงร้านสะดวกซื้อ เจาะลึกและเสียดสีทุกประเด็นที่เกี่ยวกับร้านสะดวกซื้อ!

เรื่องเล่าเรียบง่ายที่ลงรายละเอียดแบบ ‘ยิบ’ จนน่าคารวะ

ร้านสะดวกซื้อสาขาเล็กแห่งหนึ่ง มีพนักงานชาย 2 คนผู้ดูเหมือนไม่มีเป้าหมายในชีวิตนอกจากกล่าวขอบคุณหลังจากลูกค้าออกจากร้าน ผู้จัดการร้านที่พยายามจะเคร่งครัดกับลูกน้อง แต่ดูเหมือนว่ายังทำได้ไม่ดีพอ เด็กฝึกงานหญิงผู้มาใหม่ที่ใส่ใจลูกค้าจนเกือบเกินพอดี ลูกค้าสาวที่เดินเข้าร้านสะดวกซื้อโดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเดินเข้ามาทำไม แต่สุดท้ายเธอมักจะซื้อไอศกรีม ‘ซอฟต์ ดับเบิ้ล วานิลลา ริช’ กลับไปด้วยทุกครั้ง จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ชายหนุ่มผู้ดูแคลนร้านสะดวกซื้อ แวะเวียนมาด่าพนักงานอยู่เสมอ และซูเปอร์ไวเซอร์จากสาขาใหญ่ที่พูดจาผ่านไมโครโฟนตลอดเวลา

ผู้คนเหล่านั้นวนเวียนอยู่ในร้านสะดวกซื้อ ผ่านเหตุการณ์เล็กๆ น้อยๆ อย่างการเลือกจัดวางของ ไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆ อย่างสินค้าที่ขายไม่ดี จนถึงจุดหนึ่งที่ต้องเลิกขายไอศกรีม ‘ซอฟต์ ดับเบิ้ล วานิลลา ริช’

สิ่งที่โดดเด่นอย่างมากของการแสดงคือ การเคลื่อนไหวร่างกายของนักแสดงที่ผิดธรรมชาติแต่ดูเป็นธรรมชาติเหลือเกิน

โทชิกิ โอกาดะ  ผู้กำกับและคนเขียนบทบอกว่า ตั้งใจทำให้ห่างไกลจากความเป็นธรรมชาติ แต่ภายใต้ท่าทางแบบนั้น ก็คือท่าทีที่เรามักทำออกมาโดยไม่รู้ตัว ที่สำคัญคือเขาพัฒนาตัวละครจากบุคลิกภาพจริงๆ ของนักแสดง ทำให้การแสดงที่ออกมานั้นลื่นไหลดูเพลินตา

มีผู้ชมตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการตั้งใจทำให้ ‘Over Systematic’ เสียดสีสังคมญี่ปุ่นที่เป็นระบบและไม่เป็นธรรมชาติ โทชิกิเห็นด้วยและกล่าวเสริมว่า สิ่งเหล่านี้เป็นกระจกสะท้อนสังคม เป็นสิ่งที่เขาต้องการทำผ่านละครมาตลอด มีบางส่วนที่รู้สึกว่ามันดูแปลกประหลาด ความประหลาดตรงนั้นแหละที่เขาเลือกหยิบเอามาเล่าให้ผู้ชมรับรู้ถึงความรู้สึกประหลาดอย่างที่เขารู้สึก

ทุกการเคลื่อนไหวของตัวละคร บทพูด เรื่องราว ดนตรี แสงสีประกอบนั้น สะท้อนความลักลั่นออกมาได้อย่างชัดเจน ท่าทีทีเล่นทีจริง แต่ลงรายละเอียดแจ่มแจ้งให้เห็นว่าคิดมาแล้วอย่างดี ทำให้เกิดความรู้สึกทั้งขำทั้งเครียด บทละครพูดถึงกระทั่งเรื่องเล็กๆ อย่างการสแกนบาร์โค้ดไม่ติด เสียง ‘ตี๊ด’ ที่ไม่ยอมดังสักที ขณะที่ลูกค้าก็รออยู่  นักแสดงหญิงถ่ายทอดท่าทางละล้าละลัง กระอักกระอ่วน กระวนกระวาย ออกมาได้อย่างสุดยอด แม้ว่าจะต้องเคลื่อนไหวร่างกายอย่างไม่เป็นธรรมชาติก็ตามที

แม้กระทั่งบทสนทนาที่ก่นด่าระบบ ตัวละครพยายามจะกวน แหวกระบบ ด้วยวิธีการตลกๆ อย่าง ลงข้อมูลว่าทุกวันฝนตกผู้คนมักจะมาซื้อซาลาเปาไส้พิซซ่า แทนที่จะเป็นร่มหรือเสื้อกันฝน

นอกจากนี้ยังมีการแทรกเรื่องชาตินิยมลงไปอย่างลงตัว มุขตลกที่พูดถึงเรื่องเซ็กซ์ รสชาติไอศกรีมที่เปลี่ยนไปของหญิงสาวผู้หล่อเลี้ยงชีวิตด้วยไอศกรีม และอื่นๆ

เป็นละครที่ไม่บิ้วท์ให้เศร้า แต่ดูแล้วขมขื่น มองเห็นระบบสังคมของญี่ปุ่นอย่างชัดเจน โทชิกิ โอกาดะ อธิบายขยายเรื่องไว้ให้เห็นแนวคิดก่อนเขียนบทว่า

“แทบทุกคนในญี่ปุ่นจะต้องแวะร้านสะดวกซื้อ (เรียกแบบญี่ปุ่นว่า ‘คมบินิ’) ทุกวัน เราแทบจะจินตนาการชีวิตที่ขาดร้านสะดวกซื้อไม่ได้เลย พื้นที่แถบไหนไม่มีร้านสะดวกซื้อมักถูกเรียกว่า ‘บ้านนอก’ ด้วยซ้ำ ผมเลือกร้านสะดวกซื้อให้เป็นฉากหลังของละคร เพราะผมคิดว่า ‘คมบินี’ นั้นคือสัญลักษณ์แห่งสังคมญี่ปุ่นร่วมสมัย หลายๆ คนอาจไม่มั่นใจกับความเหมาะสมของสัญลักษณ์แทนสังคมนี้ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ยากที่จะจินตนาการถึงทางเลือกอื่นที่มีความสมจริงพอกัน

 

โทชิกิ โอกาดะ – ผู้กำกับการแสดง

 

“ผมคิดว่าเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่และหายนะจากโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ จะทำให้สังคมเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงแต่ก็ไม่เกิดอะไรขึ้นเท่าไหร่ อย่างน้อยก็จนถึงตอนนี้ ‘คมบินี’ คือตัวบ่งบอกสถานะปัจจุบันของสังคมนี้”

ในงานเขายังพูดด้วยว่าตั้งใจทำละครที่มี ‘ร้านสะดวกซื้อ’ เป็นนักแสดงนำ

ไม่ใช่เฉพาะสังคมญี่ปุ่นเท่านั้น ที่ขาดร้านสะดวกซื้อไม่ได้ สังคมเมืองของไทยก็ดูจะก้าวมาสู่จุดเดียวกัน เราสามารถจ่ายค่าสมัครเข้ามหาวิทยาลัยที่ร้านสะดวกซื้อได้ เรามีกล้วยทอดและน้ำเต้าหู้ขาย 24 ชั่วโมง และเรามักซื้อในสิ่งที่เราไม่ได้อยากซื้อ หรือเดินเข้ามาในร้านโดยไม่รู้ว่าเข้ามาทำไมด้วยซ้ำ

ความเป็นระบบที่ขาดความยืดหยุ่นแบบญี่ปุ่น อาจดูไม่ใกล้เคียงนักกับเมืองไทย แต่สิ่งที่ดูจะคล้ายกันอยู่บ้าง คือเรื่องของระบบขนาดใหญ่ซึ่งเป็นกลไลขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลังและมีอำนาจควบคุมวิถีชีวิตของเรา โดยที่เราไม่อาจรับรู้ถึงแรงจูงใจลึกลับที่ทำให้ตัดสินใจเดินเข้าไปในร้านเหล่านั้นทุกๆ วัน หรือซื้อไอศกรีมกินตอนตี 1 ทั้งที่เราก็ไม่ได้หิวหรืออยากกินไอศกรีมขนาดนั้น

 

ป.ล. ขอชื่นชม คุณมัทนา จาตุรแสงไพโรจน์ ทีมงานคนไทยเพียงหนึ่งเดียว ที่แปล Surtitle ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม เข้าใจง่าย ตรงกับบริบทเดิมและไม่ขาดรสชาติที่ผู้เขียนบทต้องการจะสื่อ รวมถึงทีมงานนักแสดงและเบื้องหลังคนอื่นๆ ที่ถ่ายทอดละครออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

เรื่อง : ปาณิส โพธิ์ศรีวังชัย

ภาพจาก : The Japan Foundation, Bangkok


‘ซูเปอร์พรีเมี่ยม ซอฟท์ ดับเบิ้ล วานิลลา ริช’

คณะละคร เชลฟิตช์

เขียนบท/ กำกับโดย โทชิกิ โอกาดะ

10-12 มีนาคม 2560 ศุกร์เสาร์ เวลา 19.30 .

เสาร์อาทิตย์ เวลา 14.00

ณ ศูนย์ศิลปการละคร สดใส พันธุมโกมล คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

บัตรราคาทั่วไป 600 บาท, นักศึกษา 300 บาท

จองบัตรที่ 081-559-7252, 02-218-4802, 094-931-3434

หรือ www.BangkokStudio41.com

ร่วมสนับสนุนโดย Japan Foundation

End

กลับด้านบน