งานที่น่าเบื่อ

15302434_10208132700377017_1860597208_o

 

ไม่ได้โอ้อวดว่าตัวเองคืออัจฉริยะด้านการถอดเทป แต่ก็มั่นใจว่าเคยถอดเทปมาหลายร้อยชั่วโมง จนตอนนี้เข้าใจจังหวะจะโคนของมันเป็นอย่างดี

สมัยเป็นนักศึกษาที่ฝึกถอดเทปแรกๆ ฉันมีโอกาสสัมภาษณ์คณบดีเพื่อเอามาลงสกู๊ปข่าว สัมภาษณ์มา 5 นาที แต่ใช้เวลาถอดเทปอยู่ 3 ชั่วโมง ไม่รู้งมอะไรอยู่เหมือนกัน เวลาแค่ 30 วินาทีนั้นยาวนานเหมือนนั่งอยู่ในเตาผิง ใกล้เคียงทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์

พอได้ทำงานที่ไรท์เตอร์ ต้องถอดเทปมากขึ้น ด้วยงานนิตยสารที่ไม่อนุญาตให้ชักช้าได้แม้สักนาที มหกรรม ‘ต๊อกแต๊ก’ หลังขดหลังแข็งก็เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ไปสัมภาษณ์มาเองนั้นดีอย่าง ตรงที่เป็นการฟังครั้งที่สอง รู้อยู่แล้วว่าเดี๋ยวเขาก็ตอบแบบนี้ ประโยคถัดไปต้องเน้น ประเด็นคมๆ อยู่ช่วงไหน แต่ถ้าเทปไหนที่เป็นของคนอื่นสัมภาษณ์มา นั่นโคตรใกล้เคียงการซื้อหวย เดาเสียงข้างหน้าไปเอง เผลอไผลคิดประโยคขึ้นมาเองบ้าง ฟังอีกที ไม่ใช่อย่างที่เราพิมพ์ ต้องลบๆ หยุดๆ มั่วๆ อยู่นาน

แรกๆ เทป 3 ชั่วโมงนั้น ฉันใช้เวลาอย่างน้อย 3-4 วัน หลังๆ พัฒนาขึ้นมาเป็น 3 ชั่วโมง เสร็จภายในวันเดียว (นั่นหมายถึงการเอาจริงเอาจังอย่างถึงที่สุด จะลุกไปเข้าห้องน้ำยังคิดแล้วคิดอีก) ถึงอย่างนั้นก็ตาม ในสายตาของพี่หนึ่ง – วรพจน์ พันธุ์พงศ์ เราอาจยังทำได้ไม่เร็วพอ…

 

ในช่วงที่ฉัน กับ ใหญ่ – พันธวัฒน์ เศรษฐวิไล เข้าทำงานที่ไรท์เตอร์พร้อมๆ กัน มีพื้นเพเป็นเด็กฝึกงานเหมือนกัน ชอบกินเบียร์เหมือนกัน (ใหญ่กินช้าง ส่วนฉันกินสิงห์ แต่สัตว์สองตัวนี้ก็เข้ากันได้ดี) เลยทำให้เราสนิทกันง่ายขึ้น สนิทกันมากเข้า ก็เริ่มบ่นอะไรให้กันฟังมากขึ้น

“เหนื่อยว่ะ เทปยาวชิบหาย”

“บ่ายนี้ลมเย็นดีว่ะ น่ากินเบียร์มากกว่าทำงาน”

หนักเข้า เราก็เริ่มชวนกันลงไปนั่งเล่นตรงสนามเด็กเล่นที่ไม่มีเด็กคนไหนมาเล่น

เขียนไม่ออกบ้าง ขี้เกียจถอดเทปบ้าง หลากข้ออ้างที่เราจะสรรหาเพื่อได้ออกไปเดินรับลม

ขณะที่คนหนุ่มสาวบ่นขี้เกียจในยามบ่าย พี่ๆ ที่เขียนหนังสือมาหลายสิบปี เช่น บินหลา และ วรพจน์ กลับนั่งทำงานอย่างมั่นคงบนออฟฟิศ

มั่นใจว่า มากกว่า 10 รอบ ที่พี่หนึ่งบอกพวกเราว่า “เป็นคนหนุ่มสาวต้องทำงาน” แต่เรากลับยืนยันว่าคนเรามีสิทธิ์เหนื่อย

ช่วงนั้นไรท์เตอร์มีการเปลี่ยนแปลงคนในทีมบ.ก. ทำให้นักเตะที่เพิ่งเข้าร่วมทีมและรู้จักลีกใหญ่ได้ไม่นานอย่างฉันและใหญ่ ได้ลงสนามเป็นตัวจริงอย่างไม่คาดคิด

ฉันได้รับมอบหมายให้ทำสกู๊ปประจำฉบับ และใหญ่ทำสัมภาษณ์ใหญ่ร่วมกับพี่หนึ่งเป็นครั้งแรก

ฉันมีหนังสือ 20 เล่มที่ต้องอ่าน นักวิชาการอีก 3-4 คนที่ต้องไปพูดคุย ใหญ่มีเทปสัมภาษณ์นักเขียนชั้นครู 9 ชั่วโมงที่ต้องถอด เรามีความเห็นตรงกันว่า “เป็นงานใหญ่ แต่ถ้าผ่านไปได้ เราจะเก่งขึ้น”

แต่กว่าจะผ่าน เรากลับประวิงเวลา ปล่อยยามบ่ายหลุดลอยไปกับความเมามาย ปล่อยยามเช้าไปกับการแฮงค์ ทั้งอาทิตย์งานเราแทบไม่เดิน ทั้งที่เวลาออกหนังสือก็งวดเข้ามาแล้ว

พี่ต้อทวงงานด้วยเสียงทุ้มนุ่มและสุภาพกับน้องๆ อย่างเคย ส่วนพี่หนึ่งไม่พูด แต่ทำให้เราเห็นด้วยการมาทำงานก่อน และนั่งเขียนหนังสือด้วยความมุ่งมั่น มีบ้างที่พี่หนึ่งถอนหายใจ (อาจเพราะเขียนไม่ออก) แต่ก็ยังนั่งทำอยู่อย่างนั้นจนงานเสร็จ

ไรท์เตอร์ให้อิสระนั่นเป็นเรื่องดี แต่ก็เป็นบทเรียนสำคัญให้วัยรุ่นสองคนได้เรียนรู้ว่า “ความอดทน” เป็นกุญแจสำคัญในการทำงานออกมาดี

อย่างไรก็ตาม เมื่อพี่ต้อเริ่มทวงต้นฉบับแบบ final call เราก็ยังไม่มีอะไรไปส่งอยู่ดี…

15224584_10208132701937056_378089911_o

วันหนึ่ง ในงานเสวนากวีบนถนนพระสุเมรุ หลังจากงานเลิก พี่หนึ่งและพี่ต้อพาคนในกองไปกินข้าวต้ม อาหารรสชาติเยี่ยม เบียร์อร่อย แต่บรรยากาศดูไม่ค่อยจะสู้ดีนัก พี่หนึ่งหัวเราะน้อยลง พี่ต้อไม่ค่อยปล่อยมุข จนคนทยอยกลับ เหลือฉัน กับ วรพจน์ พันธุ์พงศ์ นั่งอยู่เป็นคนท้ายๆ ในร้าน

จริงๆ จะกลับนานแล้ว แต่พี่หนึ่งเรียกไว้ บอกว่า “มีเรื่องจะคุยด้วย”

วันนั้นใหญ่ไม่อยู่ พี่หนึ่งเลยบอกว่า “ฟังแทนใหญ่ไปด้วยแล้วกัน”

กลายเป็นว่าภาระใหญ่หลวงตกอยู่บนบ่าของฉันแบบขยับไม่ได้

พี่หนึ่งเริ่มเรื่องด้วยการสั่งเบียร์อีกขวด แล้วพูด

“พี่ไม่เข้าใจว่าทำไมงานพวกเราถึงยังไม่เสร็จ มันเป็นอะไรกันไปหมด ดูเนือยๆ เฉื่อยๆ ไม่มีแรง” ฉันยิ้มเจื่อนรับ และอธิบายในสิ่งที่ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นเหตุผล

“งานมันยาก และกำลังพยายามกันอยู่” คิดอีกทีก็อยากตบปากตัวเอง คิดแบบนี้จะไปพัฒนาตัวเองได้อย่างไร

ยังดีที่พี่หนึ่งมีเมตตา “งานถอดเทปมันน่าเบื่อแค่ไหน ทำไมพี่จะไม่รู้” เป็นประโยคที่ฉันจำได้แม่น พี่หนึ่งพูดต่อไปว่า แต่ยังไงเราก็ต้องทำ มันคือการฟังซ้ำ มันคือส่วนหนึ่งของงาน ถ้าแค่นี้ทำไม่ได้ อย่าไปหวังอะไรกับตัวบทสัมภาษณ์เลย

ฉันรับฟัง ขอโทษ และบอกว่าจะทำตัวให้ดีขึ้น

พี่หนึ่งยังย้ำคำเดิม “เป็นคนหนุ่มสาวต้องทำงาน”

ใช่ เมื่อมีโอกาสได้ทำงาน จงทำให้ดีที่สุด มีหน้ากระดาษให้เขียน จงเขียนให้ดีที่สุด ทุ่มเทอย่างถึงที่สุด

ได้ลงสนามนั่นคือโอกาส แต่การเห็นประตูอยู่ตรงหน้าแล้วไม่ยิง นั่นคือความผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย

 


เรื่อง : ปาณิส โพธิ์ศรีวังชัย

ภาพประกอบ : ทราย เปมิกา

End

กลับด้านบน